ศน.รุกจัด “ศึกษาธรรมะ เรียนรู้วิถีวัฒนธรรม”

กรมการศาสนา รุกจัดโครงการธรรมะสู่คนทั้งมวล ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 15 จังหวัด ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนและคนพิการ ศึกษาธรรมะ  เรียนรู้วิถีวัฒนธรรม เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา 62

วันนี้ (21 ก.พ.) นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการธรรมะสู่คนทั้งมวลไปสู่ประชาชนทุกกลุ่มวัยและ ทุกสภาพร่างกาย ผ่านกิจกรรม “ศึกษาธรรมะ เรียนรู้วิถีวัฒนธรรม เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา พุทธศักราช 2562” ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ โดยมีกลุ่มเครือข่าย เด็ก เยาวชน คนพิการพร้อมผู้ดูแลผู้ปกครอง จำนวน 100 คน จากโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพฯ โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ และสถาบันราชานุกูล เข้าร่วมกิจกรรม โดยนายนายกิตติพันธ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการสร้างโอกาสให้ประชาชน เข้าถึงบริการภาครัฐ ส่งเสริมให้มีการนำพลัง “บวร”บ้าน-วัด ศาสนสถาน-โรงเรียน” มาเป็นกลไกสำคัญเพื่อเพิ่มบทบาทของวัด ศาสนสถานให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต  ส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัยทั้งเด็ก  เยาวชน และประชาชน ได้เรียนรู้ทั้งด้านศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ศาสตร์พระราชา “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มารยาทความเป็นไทย ความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์และความเป็นไทย  ตลอดจน ส่งเสริมให้ศาสนสถาน สถานศึกษาและเครือข่ายต่าง ๆ ในสังคม นำหลักธรรมทางศาสนาไปพัฒนาคนพิการและด้อยโอกาสให้มีศักยภาพ สามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นเป็นที่ยอมรับของสังคม

อธิบดี ศน. กล่าวต่อไปว่า ในปีงบฯ62 นี้ ศน.ได้จัดทำโครงการธรรมะสู่คนทั้งมวล ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 15 จังหวัด โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างบ้าน-วัด-โรงเรียน (บวร) องค์กรเครือข่ายผู้สูงอายุ คนพิการ และภาคส่วนต่างๆ ขับเคลื่อนโครงการธรรมะสู่คนทั้งมวลไปสู่ประชาชนทุกกลุ่มวัยและทุกสภาพร่าง กาย ผ่านกิจกรรม “ศึกษาธรรมะ เรียนรู้วิถีวัฒนธรรม เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา พุทธศักราช 2562” เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนและคนพิการ ตระหนักถึงความสำคัญของวันมาฆบูชา น้อมนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปประพฤติปฏิบัติ และศึกษาประวัติศาสตร์ เรียนรู้วิถีวัฒนธรรมไทย อีกทั้งยังเป็นพลังขับเคลื่อนส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ประชาชนวัยทำงาน ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสน้อมนำหลักธรรมคำสอนทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประเพณี วิถีวัฒนธรรมอันดีงาม และภูมิปัญญาของท้องถิ่นมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ยิ่งขึ้น